5 แนว “หนังอวกาศ” ดูกี่ทีก็สนุก!

หนังออนไลน์ แนวอวกาศแนวแปลงร่าง หลายคนน่าจะชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก เมื่อนึกถึงดินแดนลึกลับที่อยู่ไกลออกไปในจักรวาลอันกว้างอย่างนี้ รวมกับความสงสัยที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกดวงดาวว่ามีอยู่จริงไหม? จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มีหนังอวกาศหรือไซไฟที่หลายคนชื่นชอบและดูกี่ครั้งก็ยังสนุกเสมอ วันนี้เราจึงคัดเลือกทั้งหมด 5 เรื่องบอกเลยว่าสนุกแบบถอนตัวไม่ขึ้นอย่างแน่นอน
1 : Armageddon วันโลกาวินาศ (1998)
เป็นหนังดีระดับตำนานมากๆกับภาพยนตร์เรื่องนี้ มันจะพาคุณไปลุ้นพร้อมกับเหตุการณ์วิกฤตของโลกที่ดาวหางขนาดใหญ่กำลังพุ่งเข้าหาโลกเราอย่างจัง แน่นอนว่าจะต้องเกิดหายนะครั้งใหญ่ขึ้นกับโลก ซึ่งความเป็นไปได้ที่จะช่วยโลกไว้ได้เลยก็ คือ ทีมขุดเจาะของแฮร์รี่ สแตมป์ เขาเป็นทีมขุดเจาะ ซึ่งมีเวลาเพียง 18 วันเท่านั้นที่จะฝากความหวังฉันในการช่วยโลกเอาไว้ได้
2 : Gravity (2013)
เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของทีมนักบินอวกาศ 2 คน ที่มีหน้าที่ซ่อมบำรุงดาวเทียมนอกโลก ในระหว่างที่พวกเขาปฏิบัติภารกิจอยู่นั้นก็มีเรื่องคาดไม่ถึงเกิดขึ้น จนทำให้ยานอวกาศที่ใช้เป็นที่พักอาศัยก็เสียหายจากการติดต่อจากโลก ของพวกเขาก็ลอยไปอย่างความมืดเรื่อยๆจนรู้สึกว่าเขาหมดหนทางที่จะติดต่อขอความช่วยเหลือจากโลกแล้ว
3 : Europa Report (2013)
เรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้นจากภารกิจสำรวจดวงดาวที่ชื่อว่า ยูโรป้า ซึ่งได้รวบรวมทีมนักอวกาศ 6 คนที่มีฝีมือดีจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อออกเดินทางไปสู่ดาวแห่งนี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ไว้ว่าน่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่บนดาวนี้อย่างแน่นอน การเดินทางของพวกเขานั้นจะต้องใช้เวลาถึง 3 ปี นอกจากจะต้องสู้กับภาระกิจ ก็ยังจะต้องสู้กับสภาพร่างกายและจิตใจของพวกเขาด้วย บทสรุปนี้จะเป็นยังไงทุกคนต้องไปติดตาม
4 : Elysium (2013)
หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ถ่ายทอดเรื่องราวของการแบ่งชนชั้นวรรณะของมนุษย์ ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2159 ในปีนั้นโลกของเราเต็มไปด้วยกองขยะและมีจำนวนประชากรล้นโลก จึงทำให้เกิดปัญหาความวุ่นวายต่างๆเข้ามามากมาย กลุ่มมนุษย์ที่มีอันจะกินร่ำรวยมหาศาลก็ได้ใช้เงินหนีไปสร้างโลกใหม่ขึ้นมาในอวกาศ ตัวหนังได้เผยแพร่ชีวิตของหนุ่มคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันว่าจะขึ้นไปอยู่บนโลกใบใหม่นี้ โชคชะตาไม่เข้าข้างเขาเพราะได้รับกัมมันตรังสีอย่างรุนแรง เขาจึงมีชีวิตเพียงแค่ 5 วันเท่านั้น จึงจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพาตัวเองไปยังโลกใหม่ให้ได้
5 : Oblivion (2014)
หนังเรื่องนี้มีส่วนผสมของหนังแอ็คชั่นผจญภัยและดราม่าความรักปนกันอยู่ เป็นเรื่องราวของมนุษย์ในโลกอนาคตหลังที่เกิดสงครามครั้งใหญ่ ถึงแม้ว่ามนุษย์จะเป็นฝ่ายชนะแต่ก็กลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยสารกัมมันตรังสีและเศษซากต่างๆ ยังคงมีมนุษย์บางส่วนที่อยู่บนโลก โดยแจ็คที่มีภาระกิจต้องซ่อมโดนลบอยู่บนพื้นโลก จึงทำให้เขาได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ในแคปซูล แล้วหลายเรื่องที่เขาสงสัยก็ค่อยๆถูกปลดผนึก

5 หนังเรื่องราวความรัก ที่จะคิดถึงตลอดไป

หนังชนโรง เรื่องราวความรักของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกัน บางคนก็สมหวัง บางคนก็อกหัก บางคนรักกันแต่ก็ต้องจากลา หนังรัก…หนังที่บอกเล่าถึงความทรงจำที่สุดประทับใจในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ต้องจากลากันไป วันนี้เราจะมาแนะนำหนังเรื่องราวความรัก ที่รู้สึกจะคิดถึงตลอดไป…
5 หนังเรื่องราวความรัก ที่จะคิดถึงตลอดไป
1 | Before We Go (2014)
“นิก” ที่กำลังจะมีออดิชั่นเข้าวงดนตรี แต่กะถอดใจเพราะเห็นแฟนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมา 6 ปีมีคนใหม่ แล้วในคืนวันเองเขาก็ได้ช่วยเหลือหาทางกลับบ้านให้ “บรู๊ค” เพราะกระเป๋าของเขานั้นถูกขโมยแถมมือถือยังเสียติดต่อใครไม่ได้อีก อีกทั้งยังจะต้องรีบกลับบ้านต่างเมืองก่อนที่สามีจะถึงบ้านด้วย และในคืนนั้นทำให้ทั้งคู่ได้ใช้เวลาร่วมกัน
2 | Before Sunrise (1995)
เป็นเรื่องราวของ “เจสซี่” ที่ได้พบกับ “เซลีน” การได้พบกันของพวกเขานั้นเป็นเรื่องบังเอิญบนรถไฟ หลังจากที่พวกเขาพูดคุยกันถูกคอก็ต้องถึงเวลาที่จะต้องแยกออกจากกัน เมื่อชายหนุ่มต้องแยกตัวลงที่เวียนนาส่วนหญิงสาวก็ต้องนั่งรถไฟไปปารีส แต่แล้วเขาก็ได้ตัดสินใจชวนหญิงสาวเดินเที่ยวเล่นกับเขาที่เวียนนาใน 1 คืน แล้วเรื่องราวโรแมนติกก็ได้เกิดขึ้น
3 | Somewhere in Time (1980)
เปิดเรื่องด้วยงานเลี้ยงละครเวทีเรื่องแรกของ “ริชาร์ด” ที่อยู่ๆก็มีหญิงชราคนหนึ่งเดินเอานาฬิกามายัดใส่ข้อมือเขาแล้วก็บอกว่า “กลับมาหาฉัน” แล้วเขาก็ไปหาค้นข้อมูลของเธอจนพบว่าเธอคือ “แมคเคนน่า” นักแสดงละครเวทีชื่อดังในยุค 1910 และแล้วเขาก็หมกมุ่นเรื่องของเธอเป็นอย่างมาก จึงสะกดจิตตัวเองให้ย้อนเวลากลับไปหาเธอในยุคนั้น
4 | Lost in Translation (2003)
“บ็อบ แฮริส” นักแสดงขาลงวัยกลางคน เขากำลังประสบปัญหาในเรื่องของความรู้สึกที่เบื่อหน่ายภรรยา แล้วยังต้องมารับงานถ่ายโฆษณาที่รู้สึกอึดอัดในญี่ปุ่น ส่วน “ชาลอต” นักศึกษาที่เพิ่งจบปริญญา ได้ติดตามสามีที่เป็นช่างภาพมาทำงานที่ญี่ปุ่น รายการที่เขาทำงานทั้งวันจนไม่มีเวลาให้เธอเธอจะรู้สึกเหงา แล้วด้วยความบังเอิญเมื่อทั้งสองคนได้เจอกัน มิตรภาพก็เริ่มก่อตัวขึ้น
5 | Titanic (1997)
เป็นหนังที่คนไทยต่างขนานนามว่าชู้รักเรือล่ม เป็นเรื่องราวของ “แจ็ค” จิตกรหนุ่มที่แอบขึ้นเรือ Titanic เพื่อตามหาความฝันของตนเอง และเขาก็ได้บังเอิญพบกับ “โรส” หญิงสาวสูงศักดิ์ การพบกันของเขาทั้งสองคนนี้ทำให้เขาตกหลุมรักเธอจนหมดใจ และเธอเองก็ไม่ค่อยพอใจกับชีวิตเพราะเกิดมาในการรับแรงกดดันต่างๆและการวางตัวในการใช้ชีวิต ทั้งคู่ได้ตกหลุมรักกัน และในเพียงไม่กี่วันเหมือนความรักของพวกเค้าก็จบลงสั้นๆ

รวม 5 หนังอนิเมะที่เด่นๆ ดูกี่ครั้ง ก็ยังรู้สึกประทับใจ

ถ้าหากพูดถึงเรื่อง ดูหนังออนไลน์ …แน่นอนว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงมากในเรื่องการทําการ์ตูนอนิเมชั่น และการ์ตูนในรูปแบบต่างๆ จึงทำให้มีแฟนๆจากทั่วทุกมุมโลกอย่างมหาศาลไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ ในแต่ละปีก็จะมีภาพยนตร์ Anime กำหนดลงจอเงินหลายเรื่อง วันนี้เราจะนำหนังอนิเมะที่โดดเด่นที่สุด ซึ่งมีเรื่องอะไรบ้างนั้น…ตามเลยค่ะ
1 | Your Name (2016)
เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มสาว ม.ปลาย คู่หนึ่ง “ทาคิ และ มิตสึฮะ” เด็กหนุ่มที่เติบโตขึ้นมาในเมืองและเด็กสาวที่โตขึ้นมาในหุบเขาแถบชนบท ถึงแม้ทั้งสองจะมีชีวิตที่แตกต่างกันแต่กลับมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันนั่นก็คือ…การแสวงหาการใช้ชีวิตในแบบของอีกคน
จนกระทั่งคืนหนึ่ง วันที่ปรากฏดาวตกเกิดขึ้นในรอบพันปี ทั้งคู่ก็ต่างฝันว่ากลายเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งมันก็ได้กลายเป็นเรื่องจริง แล้วเพราะแบบนี้มันก็เกิดกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสายสัมพันธ์ที่…ไม่เคยเห็นแต่สัมผัสได้
2 | Weathering with You (2019)
เด็กหนุ่มมัธยมปลายจากเมืองเล็กๆชนบท โมริชิมะ ก็ได้ตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปใช้ชีวิตในโตเกียวเพียงลำพัง แต่แล้วเขาก็ได้พบความผิดปกติบางอย่างในเมืองแห่งนี้
ซึ่งการอยู่ที่นี่เขาต้องทำงานให้กับเป็นเบ๊ให้กับนิตยสารรวมถึงสิ่งลี้ลับเพื่อเลี้ยงชีพ เขาจึงได้สังเกตเห็นถึงสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อยจนคนในเมืองคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ เพราะแบบนี้จึงทำให้เขาได้พบกับ อามาโนะ สาวน้อยปริศนาที่มีความสามารถในการควบคุมสภาพอากาศ และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของพวกเขา
3 | ONE PIECE STAMPEDE (2019)
เจ้าพ่อแห่งการจัดงาน “บูเอน่า เฟสต้า” ได้ทำการจัดงานเทศกาลโจรสลัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เป็นงานชุมนุมที่ได้รวบรวมเหล่าโจรสลัดแห่งยุคมาไว้มากที่สุด แน่นอนว่าก็เพื่อออกตามหาสมบัติแห่งราชาโจรสลัด “โรเจอร์” แต่ว่าเบื้องหลังของงานเทศกาลที่โจรสลัดกำลังสนุกสนานอยู่นั้น “บูเอน่า เฟสต้า” ก็ได้วางแผนชั่วร้ายตั้งใจจะจมเรือของเหล่าโจรสลัด กลางสงครามการแย่งชิงที่ดุเดือดของกลุ่มโจรสลัดทั้งหลาย โดยมีกองทัพเรือที่เป็นฝ่ายรัฐบาลเข้าร่วมสงครามนี้ด้วย
4 | Hello World (2019)
ปี 2027 นักเกียวโต…นักเรียนมปลายคนหนึ่ง คาตางากิ ได้เจอกับตัวเองในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า ที่ย้อนอดีตมาเพื่อที่จะช่วย รุริ เป็นรักแรกของเขา หลังจากที่เขาทั้งสองได้เริ่มออกเดทกันไม่นาน รุริก็ได้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุปริศนา แต่ว่าการย้อนเวลากลับมาช่วยคนรักของเขานั้น ก็ทำให้เกิดเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น
โลกนั้นเริ่มจะล่มสลายลงไปอย่างช้าๆทุกสรรพสิ่งเริ่มสูญหายไป เขาจึงจะต้องเลือกว่าจะปล่อยให้ชะตากรรมพลากความรักของเขา….หรือจะสู้เพื่อคนรักของเขาต่อไป
5 | In this Corner of the World (2019)
เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่ชื่อ ซึสุ ในปี 1944 เธอก็ได้ย้ายไปที่เมืองเล็กๆเพื่ออาศัยอยู่กับครอบครัวสามี แต่ชีวิตของเธอก็ได้อยู่ในความโกลาหล เมื่อเมืองได้ถูกทิ้งระเบิดลงมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื้อเรื่องเป็นความท้าทายของชาวญี่ปุ่นที่ต้องเผชิญความรุนแรง แต่ในความรุนแรงนั้นก็มีเรื่องราวที่สวยงามและเจ็บปวด อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจและอบอุ่นให้กันและกัน เพื่อที่จะสร้างชีวิตของพวกเขาขึ้นมาใหม่ได้

6 แอพที่คนรักหนังออนไลน์ จะต้องมีติดไว้

ใครคอหนัง ดูหนังออนไลน์ บ้างเอ่ย?.. ใครที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรหรืออยากดูหนังแต่ไม่รู้จะดูทางไหนดี วันนี้ขอมาแนะนำแอปที่คอหนังทุกคนต้องมีในเครื่อง รับรองเลยค่ะว่าถูกกฎหมาย ที่สำคัญเป็น App ดาวน์โหลดได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เรามาดูกันเลยค่ะว่ามีแอปอะไรบ้าง โกๆ!
Application ที่คอหนังทุกคนต้องมีติดเครื่อง
1. MONOMAX
เป็น Application ที่รวมทุกความบันเทิงที่สามารถดูได้กันทั้งครอบครัว อีกทั้งยังดูแบบไม่อั้นอยากดูเช้ายันเช้าอีกวันก็ยังได้เลย การใช้งานของแอปนั้นก็ง่ายมากๆซึ่งเขาจะมีการจัดหมวดประเภทหนังไว้กว่า 10 หมวด อยากจะดูแบบไหนหมวดไหนก็สามารถเลือกได้ตามใจ ข้อดีของ แอปนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือสามารถดูแบบบรรยายไทยและพากย์ไทยได้ ใครที่ไม่ชอบอ่านก็สามารถเลือกเป็นพากย์ไทยได้เลย
2. Viu
ใครที่ชอบดูหนังเอเชียหรือดูซีรีย์ เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ไทย แม้แต่ละรายการทีวี แอปนี้น่าจะเหมาะกับคุณมาก อีกทั้งยังเป็นแอปที่ดาวน์โหลดได้ฟรีแต่จะมีบางรายการที่ดูไม่ฟรีนะคะ แนะนำว่าให้สมัครเป็นสมาชิก VIP ก็จะได้รับชมแบบตัวเต็ม การใช้งานของแอปนั้นจะมีการแบ่งเป็นหมวดหมู่ให้เลือกเช่นซีรีย์เกาหลี ซีรีย์ญี่ปุ่น ซีรี่ย์ไทย ซีรีย์ฮ่องกง อะไรต่างๆเพื่อให้ง่ายขึ้นต่อการรับชมนั่นเอง
3. TrueID TV
เป็นแอปที่ครบครันเรื่องความบันเทิงจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูทีวีสด ภาพยนตร์ กีฬา ดนตรี ที่ครบเครื่องเก็บทุกอารมณ์ความบันเทิงไว้ที่นี่แบบระดับ HD สามารถโหลดใช้ฟรีทุกเครือข่าย ใครที่เป็นลูกค้าทรูอยู่แล้วก็ยิ่งใช้แอปนี้ได้สะดวกขึ้นไปอีก ถ้าหากดูผ่านมือถือไม่ใหญ่ ไม่ถูกใจก็สามารถส่งภาพไปโทรทัศน์ก็สามารถดูได้อย่างเต็มตาสะใจยิ่งขึ้น
5. LINE TV
เป็นแอปโดยที่ไม่ต้องเสียค่าสมัครสมาชิกเป็นรายปีหรือรายเดือน คุณจึงสามารถสนุกกับละครซีรีย์รายการบันเทิงต่างๆที่ทางแอปจัดสรรมาให้ อีกทั้งถ้าหากไม่ทันรายการอะไรก็สามารถดูแบบย้อนหลังได้ที่นี่อีกด้วย แล้วทีเด็ดกว่านั้นเลยก็คือแอปนี้จะมีรายการหรือหนังบางอย่างที่สามารถชมได้เฉพาะที่นี่ที่เดียว ไม่มีที่อื่นนะจ๊ะ
6. Netflix
เป็นแอปดูหนังยอดฮิตที่หลายๆคนชื่นชอบเป็นอย่างมาก มีหนังมีซีรี่ย์ดีๆมากมายในแอปนี้ มีการจ่ายเป็นรายเดือนที่สามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายเท่าไหร่ เป็นแอปที่สามารถหารกันได้หลายคน สำหรับคนที่ชื่นชอบการดูหนังแอปนี้จะแบ่งเป็นแนวภาพยนตร์ออกเป็นหมวดหมู่ เช่น หนังตลก ดราม่าและอื่นๆ ซึ่งถ้าอยากจะดูเรื่องไหนไว้ดูทีหลังก็สามารถกดเพิ่มเข้าไปในการของฉันได้ อีกทั้งยังมีหนังเฉพาะที่ Netflix สร้างขึ้นมาอีกด้วย เป็นแอปที่ดูไม่ธรรมดาจริงๆ

7 หนังแอนิเมชั่นจาก Studio Ghibli ที่หลายคนหลงรัก

ใครที่กำลังมองหา หนังแอคชั่นมันๆ ดูอยู่ละก็ การดูหนังอนิเมชั่นก็เป็นอะไรที่สนุกไม่แพ้กับหนังแนวอื่นๆ ทั้งผ่อนคลายทำให้รู้สึกดีอีกด้วย วันนี้ถ้าหากคุณยังไม่รู้ว่าจะดูอนิเมชั่นเรื่องอะไรดี เราขอแนะนำอนิเมชั่นจาก Studio Ghibli ที่เป็นสตูดิโอหนังอนิเมชั่นที่หลายคนต่างตกหลุมรัก มาดูกันเลยว่ามีเรื่องอะไรบ้าง
1 | Spirited Away (2001)
เป็นเรื่องราวของเด็กสาววัย 10 ขวบที่ชื่อ “ชิฮิโระ” กำลังจะย้ายไปอยู่ชานเมืองกับครอบครัว แต่ในระหว่างทางนั้นเธอและครอบครัวก็หลุดไปอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วย เทพเจ้า แม่มดและวิญญาณ ซึ่งมนุษย์จะถูกสาปให้กลายเป็นสัตว์
2 | Nausicaa of the Valley of the Wind (1984)
ในโลกอนาคตที่ประสบปัญหาด้วยไอพิษจากทะเลแห่งความตาย ทำให้หลงเหลือประชากรเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่สามารถอยู่รอดได้ แต่ก็ได้กระจัดกระจายไปทั่วเป็นชุมชนเล็กๆตามที่ต่างๆ แต่แล้ววันหนึ่งความสงบสุขก็ได้จบลงเมื่อยานจากโทลมีเกี้ยนถูกโจมตีโดย “โอห์ม” ที่เป็นแมลงขนาดยักษ์
3 | Whisper of the Heart (1995)
เด็กสาววัยมัธยมที่มีนิสัยรักการอ่าน “ชิสึคุ” เธอได้สังเกตว่าหนังสือทุกเล่มที่เธอได้ยืมมาอ่านจากห้องสมุดมักจะมีชื่อของ “เซจิ” ในใบยืมหนังสือก่อนหน้าเธอเกือบทุกเล่ม วันหนึ่งเธอได้ตามแมวอ้วนจนเจอกับร้านขายของเก่าแห่งหนึ่ง ที่ทำให้เธอได้เจอกับเซจิโดยบังเอิญ และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันและความรักของทั้งคู่
4 | Princess Mononoke (1997)
“อาชิทากะ” ได้ติดคำสาปร้ายแรงถึงชีวิต จากการที่เขาได้ปกป้องหมู่บ้านจากการโจมตีของปีศาจหมูป่าครั่งเอาไว้ได้ เขาจึงต้องออกเดินทางเพื่อค้นหาคำตอบของธรรมชาติที่ผิดเพี้ยน และในระหว่างการเดินทางนั้นเขาก็ได้ไปอยู่ความขัดแย้งระหว่าง กลุ่มมนุษย์ผู้นำโลหะนคร กับกลุ่มหมาป่าที่ต้องปกป้องเทพเจ้าและผืนป่าของตัวเองจากการรุกรานของมนุษย์
5 | The Secret World of Arrietty (2010)
คุณรู้ไหมว่าในโลกของเรานั้นยังมีคนตัวจิ๋วที่หลบซ่อนอาศัยอยู่อย่างสงบ โดยพวกเขาจะขอหยิบยืมของกินของใช้ในบ้านมนุษย์ แต่ละวันหนึ่งเด็กชายที่ป่วยเป็นโรคหัวใจก็ได้มาเตรียมพักผ่อนเพื่อที่จะผ่าตัด มาอาศัยอยู่ที่บ้านคุณยาย นั่นทำให้เขาบังเอิญเห็นคนตัวจิ๋ววัย 14 ปี
6 | Castle in the Sky (1986)
เด็กชายคนหนึ่งที่บังเอิญเห็น ชีต้า ลอยหล่นจากท้องฟ้า ซึ่งเธอเป็นหญิงสาวที่ถูกตามล่าโจรสลัดและกองกำลังทหาร เพื่อจะเอาสร้อยคริสตัลที่เธอครอบครองอยู่ และการที่เขาได้ช่วยชีวิตเธอไว้นั้น เขาก็ได้ออกผจญภัยเพื่อค้นหาเกาะลอยฟ้า ซึ่งมันเป็นคำตอบของความลับสร้อยคริสตัลที่ใครๆก็ตามหาอยู่
7 | My Neighbor Totoro (1988)
“ซัทสึกิ และ เมย์” สองสาวพี่น้องที่พึ่งจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านใหม่ในชนบท ก็เพื่อที่จะอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลที่แม่ของพวกเธอรักษาอยู่ ซึ่งในช่วงที่อาศัยอยู่ที่นี่นั้นทั้งสองก็ได้พบว่าปากใกล้บ้านของเธอเป็นที่อยู่ของ “โทโทโระ” วิญญาณพิทักษ์ป่า

รู้หรือเปล่า? แค่ดูหนังออนไลน์ ก็สามารถถ่ายภาพได้เก่งขึ้น!

การดู ดูหนังออนไลน์ นอกจากจะได้รับความสนุกสนานแล้ว ก็สามารถเสริมทักษะให้กับตัวเองได้มากยิ่งขึ้นด้วย ยิ่งใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การดูหนังจึงเป็นการเสริมทักษะในการถ่ายภาพให้เก่งมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะช่วยอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลย
1. รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ
การใส่ใจในรายละเอียดความเข้ากันของเนื้อหาในภาพเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพสินค้า การถ่ายชุดบิกินี่ การถ่ายแต่งงาน บางคนก็อาจจะลืมในเรื่องการจัดของต่างๆที่ให้เข้ากับภาพ มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากถึงแม้จะเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆก็ต้องเก็บและใส่ใจ เพราะฉะนั้นลองดูภาพยนตร์ว่าเขามีรายละเอียดที่น่าดูกันตรงไหนบ้าง
2. ในเรื่องของอารมณ์ในภาพ
อารมณ์ของภาพสายตาต่างๆ ลองจำความรู้สึกละเอียดสีหน้าสายตาอารมณ์ที่ตัวละครใช้ในตอนนั้น การถ่ายภาพในลักษณะนี้จะต้องเข้าใจในเรื่องการสื่ออารมณ์และในการนำเสนออารมณ์ออกมาในนั้นด้วย จึงจะทำให้คนดูได้เข้าใจถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นมากขึ้น
3. การวางเฟรม
ในเรื่องของเฟรมภาพในโลกภาพยนตร์นั้นจะมีหลากหลายแบบมาก มากจนที่จะต้องลองเอามุมไปใช้ถ่ายภาพก็ได้ เช่น มุมการเล่าเรื่องของการท่องเที่ยวหรือเล่าบรรยากาศในเมือง ถ้าอยากถ่ายภาพสวยๆก็ลองสังเกตว่าเขาจัดเฟรมหรือวางมุมไหนถึงได้ถ่ายออกมาสวย
4. การเล่าเรื่องของภาพในหนัง
การเล่าเรื่องในหนังเป็นสิ่งสำคัญ ดูว่าในหนังนั้นมีการใช้คำพูดที่น่าสนใจไหม เนื้อหาในเรื่องต่อเนื่องเป็นเรื่องราวเดียวกันหรือเปล่า แล้วยิ่งเป็นเรื่องที่มีการเขียนรีวิวที่ต้องใช้ภาพในการนำเสนอนั้น ใครเป็นสารด้านนี้ก็ควรจะเรียนรู้จากตรงนี้ได้เป็นอย่างดี
5. การจัดแสงของหนัง
แน่นอนว่าภาพยนตร์มักจะไม่ใช้แสงธรรมชาติไปทุกตอน ยิ่งในบางตอนที่จะต้องถ่ายด้วยไฟเพิ่มแสงธรรมชาติไม่พอ ให้ลองสังเกตว่าเขาจัดไปลักษณะไหนหรือใช้แสงในรูปแบบไหน นั่นก็เพื่อนำเอามาปรับใช้กับภาพถ่ายของเรานั่นเองค่ะ
6. มุมกล้องในหนังภาพยนตร์
ภาพยนตร์แต่ละเรื่องก็ทำมุมกล้องออกมาดีมากๆ แต่บางเรื่องก็ทำให้มึนหัวเหมือนกัน นั่นแหละค่ะที่จะบอกก็คือมุมกล้องในการเล่าเรื่องแต่ละเรื่องนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไป ลองดูว่าถ้าชอบมุมไหนเป็นพิเศษก็ลองหยิบมาใช้ดูบ่อยๆ ใครที่เป็นคนที่ชอบถ่ายวิดีโออยู่แล้วรับรองได้ว่าการดูหนังจะช่วยให้ชำนาญมากขึ้น
7. การใช้โทนสี
โทนสีในแต่ละเรื่องนั้นจะมีลักษณะสีที่แตกต่างกันออกไป การใช้โทนสีที่แตกต่างกันนั้นจะทำให้ได้อารมณ์คนละแบบ ทำให้หนังนั้นดูโรแมนติก ดูเศร้า ดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณดูโทนสีในหนังเรื่องที่คุณชอบก็ลองจำโทนไว้แล้วนำมาใช้ดู

4 หนังอารมณ์ดี เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ที่คุณหลงรัก

การเลือกชม หนังออนไลน์ ของแต่ละคนนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบ หนังแนวดราม่าหรือหนังชีวิตที่มักจะมีตอนจบที่สวยงามหรือเศร้าใจ แต่ก็กลับเป็นหนึ่งในหนังที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหนก็ยังคงอยู่ในใจของคนดูเสมอ บอกเลยว่าหลายคนตกหลุมรักหนังแนวนี้เป็นอย่างมาก เพราะมันทั้งให้แนวคิดและให้มุมมองเรื่องราวดีๆจากในหนังแต่ไม่น้อย วันนี้ก็เลยได้รวบรวมหนังอารมณ์ดี ที่บอกเลยว่าคุณจะต้องหลงรัก
1 : The Help (2011)
เรื่องนี้ได้ถูกดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีในชื่อเดียวกัน ที่เป็นผลงานของของแคทรีน สต็อคเก็ต เนื้อเรื่องบอกความสัมพันธ์ของผู้หญิง ก็ได้มีการพูดถึงยุคที่เรียกร้องสิทธิพลเมืองของคนผิวสีที่เป็นกระแสสำคัญของอเมริกา คนผิวสีส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ก็จะได้ฐานะระดับกลางของสังคมและมีคนผิวขาวเป็นนายจ้าง มีการเหยียดเชื้อชาติและแสดงถึงความออกถึงความรังเกียจแบบเห็นได้ชัด แต่ไม่ใช่กับนางเอกของเรื่องที่เป็นสาวผิวขาวมีความคิดแตกต่างจากคนอื่นๆ
2 : The Intouchables (2011)
เป็นเรื่องที่ได้ดัดแปลงมาจากเรื่องราวในชีวิตจริงของชายคนหนึ่ง เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากมายจากทั่วโลกจนเข้าไปครองใจคนดูได้อย่างง่ายดาย เนื้อเรื่องนั้นจะเกี่ยวกับมหาเศรษฐีวัยกลางคนคนหนึ่งที่มีพร้อมทุกอย่าง แต่ละวันหนึ่งโชคร้ายก็มาหาเขาซึ่งเขาได้ประสบอุบัติเหตุจากกีฬากระโดดร่ม ทำให้ชายคนนี้กลายเป็นอัมพาตและต้องนั่งรถเข็นตลอดชีวิต พยายามหาคนไปดูแลเขาแต่ก็ไม่ถูกใจจนกระทั่งมาพบกับดริสส์เด็กหนุ่มผิวสีที่โตในสลัม นิสัยของพวกเขานั้นแตกต่างกันสุดขั้ว ซึ่งจะเนื้อเรื่องต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรก็ต้องมาติดตามดูกันแล้ว
3 : The Secret Life of Walter Mitty (2013)
เป็นเหตุการณ์พลิกผันที่ชีวิตของเขาได้ถูกเปลี่ยนไป นิตยสารที่กำลังทำงานอยู่จะต้องปิดตัวลง การตีพิมพ์และสุดท้ายจะต้องใช้แผ่นฟิล์มหมายเลข 25 แต่มันกลับหายไป เขาจึงจะต้องออกตามหามุ่งสู่โลกกว้าง และสิ่งสำคัญเข้าจะได้ตามหาความหมายที่แท้จริงของชีวิตอีกด้วย หนังเรื่องนี้จะเปลี่ยนความรู้สึกของเราขณะที่ดูจบที่เต็มไปด้วยพลังใจ และอยากจะก้าวออกไปข้างหน้า
4 : The Intern (2015)
เบนชายชราวัย 70 ปีที่ยังแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ แต่แล้วก็มีธุรกิจของโครงการหนึ่งที่เป็นบริษัทเกี่ยวกับเสื้อผ้าออนไลน์ได้รับสมัครพนักงาน เขาจึงตัดสินใจเข้าไปสมัครในทันทีแต่เมื่อเขาผ่านสัมภาษณ์แล้วสิ่งที่ได้พบก็คือ เจ้านายสาวไฟแรงเจ้าของธุรกิจ เธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาดเท่และทุ่มเท ซึ่งสิ่งที่เธอได้ขาดไปมันก็คือการบาลานซ์งานกับครอบครัว ในตอนแรกเธอก็ไม่เต็มใจที่จะร่วมงานกับเบนสักเท่าไหร่ แต่เบนก็ได้กลายเป็นแรงผลักดันที่สำคัญของเธอ

ดูหนังออนไลน์ในแอพยังไง ให้ฟิน เหมือนดูในโรง!

ในปัจจุบันนี้มี App ดู ดูหนังออนไลน์ มากมายที่ให้บริการกันอย่างหลากหลาย อีกทั้งยังมีผู้บริการที่ถ่ายทอดการดูหนังให้เราดูที่มีเนื้อหาความบันเทิงที่หลากหลาย เช่น รายการทีวี สารคดีหนังหรือการ์ตูน และก็ยังมีอีกมากมาย ในสมัยนี้แน่นอนเลยค่ะว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงความบันเทิงได้ง่ายมากกว่าแต่ก่อน ก็จะสามารถรับชมความบันเทิงเหล่านี้ได้ทั้งใน โทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ที่ทำให้ทุกๆคนได้สนุกกับเนื้อหาที่ได้ดูอย่างไร้ขีดจำกัด
แต่ก็อย่างว่ามันเป็นการดูหนังที่บ้านไม่ใช่โรงภาพยนตร์ แต่เพื่อนๆหลายๆคนก็คงอยากจะสนุกกับการดูหนังให้มากขึ้นแม้จะดูที่บ้าน วันนี้จึงมีวิธีดีๆมาฝากที่จะทำให้ทุกคนได้สนุกกับการดูหนังที่บ้านผ่านแอปด้วยละคะ
ดูยังไงให้ฟินเหมือนดูในโรงภาพยนตร์
1. ลำโพงดังๆ
แน่นอนว่าเมื่อจะดูหนังก็จะต้องเปิดดังๆให้ได้อรรถรสมากขึ้น ยิ่งเปิดลำโพงดังแบบให้ได้ยินไม่ต้องดังจนข้างบ้านขว้างรองเท้ามานะคะ ลองลงทุนซื้อลำโพงดีๆสักอันนึงหรือจะซื้อแบบเล็กๆไปก่อนก็ได้ มันจะทำให้เข้าถึงทุกอารมณ์ของตัวละครและรู้สึกอินไปกับหนังมากขึ้น ไม่อยากรบกวนคนอื่นก็ลองซื้อหูฟังมาใส่ดีกว่า เพราะหูฟังนอกจากจะเก็บรายละเอียดเสียงได้อย่างชัดเจนแล้ว ก็ยังไม่ก่อความน่ารำคาญและรบกวนผู้อื่นอีกด้วย
2. จอใหญ่ๆ
ถ้าหากรู้สึกว่าดูหนังผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ไม่สะใจ! แนะนำเลยว่าให้ลงทุนซื้อจอทีวีใหญ่ๆมาสักเครื่องเพื่อที่เอาไว้ดูหนัง การดูในทีวีจะได้ภาพที่จุกใจเต็มตาและเห็นได้ทุกรายละเอียด แนะนำว่าให้ซื้อลำโพงดีๆมาสักตัวคู่กับจอทีวีไปเลย รับรองได้ว่าจะฟินยิ่งกว่าอะไรและรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในหนังเลยละ แล้วยิ่งเป็นหนังสยองขวัญด้วยนะเพิ่มความน่ากลัวขึ้นไปอีก
3. ดูยังไงไม่ให้เมื่อย
สำหรับคนที่ดูผ่านมือถือแท็บเล็ต เชื่อเลยว่าจะต้องประสบปัญหากับการปวดเมื่อยฝ่ามือหรือข้อมือแน่นอน เวลาที่ดูหนังในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตเป็นเวลานานๆ จริงๆมันอันตรายมากเลยค่ะถ้าหากถือดูอยู่ เพราะฉะนั้นวิธีแก้เลยก็คือลองหาแท่นวางมือถือแท็บเล็ตมาวางแทนการถือดีกว่า แต่อย่าลืมว่าที่วางนั้นจะต้องสามารถตั้งสูงในระดับสายตาเราได้ด้วย เพื่อป้องกันการปวดคอนั่นเอง
ทั้ง 3 วิธีนี้ก็คือเป็นวิธีการดูหนังออนไลน์ในแอพยังไงให้ฟินเหมือนดูในโรงนั่นเอง วิธีที่ได้แนะนำไปนี้ก็หวังว่าจะถูกอกถูกใจทุกคนกันนะคะ แล้วอย่าลืมนำไปใช้กันด้วยล่ะเพื่อที่จะได้ดูหนังสนุกมากขึ้น

หนังดี จุดไฟ!สร้างแรงบัลดาลใจ ให้กับผู้ประกอบการได้

การดู หนังแอคชั่นมันๆ ถือเป็นกิจกรรมโปรดของใครหลายๆคน แต่ก็ไม่ใช่หนังทุกเรื่องที่ทุกคนจะชื่นชอบ เพราะแต่ละคนนั้นก็ชอบหนังแต่ละแนวไม่เหมือนกัน อีกทั้งมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อการเลือกชมหนังเรื่องนั้น แต่ถ้าหากจะให้พูดถึงเงินมุมในการชมหนังที่ให้แรงบันดาลใจกับผู้ประกอบการ ที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นหรือหมดไฟอยู่ เราก็มีหนังดีๆที่สามารถให้ข้อคิดและจุดไฟของคุณขึ้นมาได้อีกครั้ง
Pirates of Silicon Valley
(1999)
ในโลกธุรกิจคงจะไม่มีใครไม่รู้จัก “บิล เกต และ สตีฟ จ๊อบ” เพราะทั้งคู่ได้เปรียบเป็นเจ้าพ่อวงการแห่งไอที ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงได้ถูกสร้างขึ้นจากวิกฤตช่วงเวลาที่อาจเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ของทั้งคู่ ในเนื้อเรื่องนั้นจะกล่าวถึงจ๊อบและเพื่อนสนิทของเขาที่ได้ก่อตั้งและสร้างคอมพิวเตอร์เครื่องแรกขึ้นมา ภายใต้ชื่อแบรนด์ Apple
ในขณะนั้นเกตส์ เจรจาขายโปรแกรม Dos ให้กับ IBM แต่เขาไม่สามารถพัฒนาโปรแกรมได้ทันเวลา จึงได้ซื้อโปรแกรมจากบริษัทแห่งหนึ่งในราคากว่า 500 ดอลลาร์และเอามาขายต่อในราคาที่สูงกว่า จึงสามารถทำรายได้ให้กับเขาอย่างมหาศาล แต่ต่อมาเขาก็ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อที่จะขโมยไอเดียของจ๊อบ โดยได้ติดต่อเสนอทำโปรแกรมให้แต่มีเงื่อนไขว่าให้เขานำ Mc ต้นแบบกลับไปด้วย ไว้ใจทำให้จ๊อบต้องออกจากบริษัทที่สร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง
แต่ท้ายที่สุดแล้วจ๊อบก็ได้คืนตำแหน่งผู้บริหาร Apple อีกครั้ง จากการสนับสนุนทางการเงินของบิล เกตส์ นั่นเอง
The Pursuit of Happyness
(2006)
เป็นภาพยนตร์ที่ทำมาจากเรื่องจริงของ คริส การ์ดเนอร์ ด้วยความล้มเหลวซ้ำซ้อนจากการทำธุรกิจ ทำให้ครอบครัวและเขาต้องเผชิญกับความลำบากด้านการเงิน ภรรยาของเขาก็ได้ตัดสินใจทิ้งเขาและลูกชายไว้ 5 ปีไป การ์ดเนอร์จึงต้องทำหน้าที่เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวและทำทุกอย่างเพื่อหาเลี้ยงตนและลูกชาย
แล้วเมื่อถึงวันที่ไม่มีเงินจ่ายค่าที่พักเขาก็ได้กลายเป็นคนไร้บ้านนอนตามที่ต่างๆด้วยความยากลำบาก จนวันหนึ่งเขาได้ทำงานเป็นโจ๊กเกอร์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง เขาจึงได้พยายามอย่างหนักและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ จนทำให้เขากลายเป็นสุดยอดนักขายระดับตำนานของอเมริกา โดยมีวลีเด็ดของการ์ดเนอร์ “ถ้ามีความฝัน จงรักษามันไว้”
The Social Network
(2010)
ตอนนี้คงไม่มีใครรู้จักผู้ก่อตั้ง Facebook นั่นก็คือ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ถูกดัดแปลงมาจากหนังสือเรื่อง The Accidental Billionaires ที่ได้เล่าเรื่องความสำเร็จในชีวิตของมาร์กที่กว่าจะประสบความสำเร็จได้ถึงทุกวันนี้ ถึงแม้มาร์กตัวจริงจะออกมาพูดว่าหลายอย่างในภาพยนตร์ถูกบิดเบือนจากความจริงไปเยอะ
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นำเสนอเรื่องราวผ่านการสนทนาของตัวละครในแง่มุมต่างๆ ในการกระทำและความคิดต่างๆที่อาจไม่ใช่คนดีแต่ก็ไม่ได้ร้ายกาจจนน่ารังเกียจ จึงทำให้คุณได้เห็นถึงความหักหลังและโลกของธุรกิจที่ต้องชิงไหวพริบในการสร้างผลงานออกมา
The Wolf of Wall Street
(2013)
ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะทำให้คุณเห็นถึงความฟุ่มเฟือยและบ้าระห่ำสุดๆ เพราะเนื้อเรื่องได้นำเสนอความร่ำรวยของคนคนหนึ่งที่มีฉายาว่า หมาป่าแห่งวอลล์สตรีท เขาเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยจากการเป็นโปรเกอร์ ที่สามารถทำเงินได้อย่างมหาศาลถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
แน่นอนว่าการจะรวยมาถึงจุดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องล้มลุกคลุกคลาน และนั่นเพราะความมีพรสวรรค์และความฉลาดเกมส์โกงของเขา จึงหลอกใช้คนมากมายเพื่อสร้างสะพานให้ไปเดินจุดสูงสุด ภาพยนตร์เรื่องนี้จะแสดงให้เห็นถึงการทำธุรกิจที่ไม่สุจริตหรือไม่เคารพและให้เกียรติคนที่เคยร่วมงานกันมาก่อน ถึงแม้ว่าจะรวยแต่สุดท้ายแล้วก็จะไม่เหลืออะไรเลย

6 หนังดีที่ต้องบอกต่อ ที่คุณห้ามพลาด!! ในปี 2020

ใครเป็นคนที่ชื่นชอบการดู หนังออนไลน์ 2020 บ้าง แน่นอนว่าคนที่ชอบดูหนังมากๆนั้นก็มักจะดูมาเกือบทุกเรื่องแล้ว เอ๊ะ!หรือว่ายังไม่ได้ดูทุกเรื่องนะ… จริงๆเราเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ดูหนังดีๆหลายเรื่อง ก็แหม…หนังมันเยอะซะขนาดนั้นจะไปดูครบทุกเรื่องได้ยังไงล่ะ วันนี้ในตรงนี้จึงอยากจะมาแนะนำหนังดีที่ต้องมาบอกต่อให้เพื่อนๆรู้ บอกหน่อยว่าเป็นหนังที่ห้ามพลาดเด็ดขาด ต้องดูให้ได้เลยนะ!
หนังดีที่ต้องบอกต่อ!
1. Raw (2017)
เป็นหนังที่จะออกจะแหวกแนวไปซะหน่อย แต่รับรองว่าสนุกเลยต้องติดใจอย่างแน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นคนกินมังสวิรัติมาตลอด แต่จู่ๆเธอก็หันมาติดใจและหลงใหลในรสชาติของเนื้อมนุษย์ แนะนำว่ามีเรื่องนี้อาจจะอึดผะอมถึงขั้นอ้วกเลยก็ว่าได้ จึงอยากบอกเพื่อนๆว่าเมื่อดูเรื่องนี้ก็ไม่ควรจะกินอาหารไปด้วยดูไปด้วย เพราะหนังเรื่องนี้มันเป็นอะไรที่พะอืดพะอมไปทั้งเรื่องเลยละคะ ต้องบอกว่าแนวนี้ไม่ใช่แนวเลือดสาดนะคะอย่าเข้าใจผิด
2. Jojo Rabbit (2019)
ถึงแม้ว่าจะดูจบไปแล้วแต่ก็เป็นหนังที่ทำให้คนดูยังรู้สึกวนอยู่ในหนัง ตั้งแต่ชิ้นแรกยันจบเรื่องหนังทำออกมาได้ดีมากๆเลย การเล่าเรื่อง…ก็เล่ามาได้อย่างละเอียดอ่อนโดยการนำสงครามนาซีมาเล่าผ่านให้มันดูตลก แต่ก็ยังทนความเศร้าความเหงาเอาไว้ในเวลาเดียวกัน เป็นหนังที่ทำให้รู้สึกว่าดูแล้วหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่กลับถูกปลอบเอาไว้ด้วยความอบอุ่นใจ
3. Secret Zoo (2020)
เป็นเรื่องที่ตลกมากๆขำจนปวดท้องเลยทีเดียว ด้วยความยาวของหนังที่เกือบ 2 ชั่วโมงแต่กลับรู้สึกว่าไม่น่าเบื่อหรือมันยาวจนเกินไป เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้ที่เบาสมองแต่ก็ยังสอดแทรกสาระในรูปแบบง่ายๆที่สามารถจิกประเด็นสังคมรอบตัวหลายอย่าง สะท้อนคุณค่าชีวิตคนชีวิตสัตว์ เนื้อเรื่องนั้นมีการทำอย่างละนิดละหน่อยแล้วจับมาขมวดปมไว้ด้วยกันแบบลงตัว ในเนื้อเรื่องก็จะเป็นประมาณว่าเมื่อสวนสัตว์กำลังจะเจ๊ง พวกเขาเหล่านั้นก็จะต้องทำให้สวนสัตว์อยู่รอดให้ได้ภายในเวลา 3 เดือน ซึ่งจะทำได้หรือไม่นั้นก็คงต้องไปติดตามดู
4. The Florida Project (2017)
ในการเลือกใช้โทนสีของหนังนั้นเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับเนื้อหา ภาพสวยมากโทนสีต่างๆก็สดใส…ดูๆแล้วก็เหมือนจะเป็นหนังที่จะต้องอบอุ่นหัวใจหรือสนุกอย่างแน่นอน แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้นเพราะตัวหนังสะท้อนให้เห็นปัญหาของสังคมที่ไม่ได้อยู่ไกลจากตัวเรา ซึ่งครอบครัวเป็นสถาบันแรกที่จะแต่งแต้มสีสันให้กับเด็กที่เป็นผ้าขาวเหล่านั้น
5. Truth or Dare (2018)
เป็นหนังที่มีความพีคในพีคอีกที หนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึกถึงมิตรภาพที่แท้จริงแต่ว่าต้องอยู่บนเงื่อนไขของเกม แล้วการเล่นเกมกันในระหว่างเพื่อนจึงจะทำให้เห็นเนื้อแท้ของแต่ละคนผ่านคำถามทั้งหลายและบทลงโทษ เป็นหนังสยองขวัญระทึกเรื่องหนึ่งที่ทำได้ออกมาดีมากๆ อีกทั้งยังมีเรื่องที่น่าสนใจ แต่ละฉากนั้นบอกเลยว่าทำออกมาได้เสียวสันหลังถึงแม้ว่าไม่ได้เลือดสาดอะไรมากมาย